Category: News
วันที่ 8 ส.ค. 2569 ความคืบหน้ากรณีเหตุสะเทือนขวัญ นักเรียนชายชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ มีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ก่อนที่เวลาประมาณ 10.50 น. เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าถึงตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นนักเรียนชายชั้น ม.3 อายุ 14 ปี โดยพบว่าใช้อาวุธปืนทำร้ายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งเข้าช่วยเหลือ ทำ CPR ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.บางบัวทอง...
จากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งบ้านพักของผู้ก่อเหตุและภายในโรงเรียน รวมถึงสอบปากคำบุคคลใกล้ชิด เพื่อค้นหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุการณ์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า หนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคือปัญหาส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ โดยจากการสอบถามเพื่อนสนิท พบว่า เด็กชายเคยพูดถึงความเครียดเกี่ยวกับการเรียน การทำการบ้าน และความกดดันจากทั้งผู้ปกครองและโรงเรียน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในเบื้องต้น ยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกกลั่นแกล้งหรือมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมชั้น ขณะที่พนักงานสอบสวนยังคงรวบรวมข้อมูลจากบุคคลแวดล้อมและพยานหลักฐานทุกด้าน เพื่อพิจารณาว่าปัจจัยใดอาจเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเดินทางมาโรงเรียนและเข้าเรียนตามปกติเหมือนทุกวัน ก่อนจะลุกออกจากห้องเรียนและใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียและความแตกตื่นในวงกว้าง ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย ประกอบด้วยบุคลากรทางการศึกษาและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน 5...
วันที่ 7 ส.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ ดังนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง...
ไขข้อข้องใจ ปัสสาวะบ่อยหลังดื่มน้ำ แสดงว่า “ไต” ดีหรือไม่ดี? เรื่องที่หลายคนยังสับสน การดื่มน้ำล้วนเป็นสิ่งที่เกิดในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่หลายคนรู้สึกวิตกกังวลเมื่อปัสสาวะหลายครั้งหลังดื่มน้ำ อยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา เพราะคิดว่าอาจเป็นสัญญาณของไตอ่อนแอหรือเปล่า? แล้วถ้าความถี่ในการเข้าห้องน้ำน้อยแสดงว่าไตแข็งแรงใช่หรือไม่ แน่นอนว่าพฤติกรรมการดื่มน้ำและการปัสสาวะมีความเกี่ยวเนื่องกัน ในกรณีส่วนใหญ่การกระตุ้นให้ปัสสาวะหลังดื่มน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาปกติ และในความเป็นจริงการปัสสาวะบ่อยๆ ไม่ได้เป็นเพียงอาการของการบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลันเท่านั้น แต่ภาวะก้อนเนื้อในไตอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการทำงานของไตด้วย โดยปกติปริมาณปัสสาวะที่ปล่อยออกมาในแต่ละวันของผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี จะอยู่ระหว่าง 1,000 มล. ถึง 2,000 มล. โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 มล. และหากคำนวณเป็นจำนวนครั้ง บุคคลหนึ่งจะปัสสาวะ 6-10 ครั้งต่อวัน และ 0-2 ครั้งในเวลากลางคืน หากความสามารถในการปัสสาวะของบุคคลนั้นตรงตามเกณฑ์เหล่านี้ แสดงว่าไตของพวกเขาทำงานได้ตามปกติ แล้วการปัสสาวะบ่อยจะสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่มีปัญหาเมื่อใด? หากพบว่าตนเองมักตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน เพราะต้องการเข้าห้องน้ำไปปัสสาวะ และอาการนี้คงอยู่เป็นเวลาหลายวันโดยไม่ดีขึ้น อีกทั้งยังส่งผลต่อกิจกรรมประจำวันของด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณของความเสียหายของไต...
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีเนื้อหาดังนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศ อดีตข้าราชการตำรวจ จำนวน 3 ราย ออกจากยศตำรวจ ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2565 ข้อ 4 (4) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ดังนี้ 1.พ.ต.อ.รัฐระวี ไชยชนะ ออกจากยศตำรวจ...
ด่วน! เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี เบื้องต้นเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 15 ราย พบมือปืนซ่อนอยู่บนตึกชั้น 3 เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับแจ้งเหตุได้ยินเสียงอาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี เบื้องต้นมีรายงานว่า พบผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บประมาณ 15 ราย ในที่ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้น 3 ภายในตึกสีชมพู ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ รวมถึงประเมินสถานการณ์เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรภายในโรงเรียน เครดิตภาพ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง...
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยภายในห้องครัวพบร่างชายวัย 73 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนบริเวณห้องนอนชั้น 2 พบร่างหญิงวัย 74 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นปู่และย่าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในเวลาต่อมา แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธของผู้เป็นปู่ ก่อเหตุภายในบ้านพักในช่วงเช้ามืด ก่อนจะเดินทางไปยังก่อเหตุภายในโรงเรียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย นอกจากนี้ ระหว่างการตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบไฟล์วิดีโอเกี่ยวกับเหตุกราดยิงในต่างประเทศจำนวน...
กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกโซเชียล หลังจากมีกระแสข่าวจากวงในออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุการเลิกราของอดีตคู่รักซุปตาร์ เวียร์ ศุกลวัฒน์ และ เบลล่า ราณี ที่ต้องยุติความสัมพันธ์รักยาวนานถึง 9 ปี จุดเริ่มต้นของความไม่ลงตัว แหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในสาเหตุหลักมาจากเรื่อง “รถบ้าน” (Campervan) และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง: ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตรงกัน: ฝ่ายชายอย่าง เวียร์ ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวสไตล์ลุยๆ การกางเต็นท์ และการใช้ชีวิตเรียบง่ายกับรถบ้านเพื่อสัมผัสธรรมชาติและความเป็นส่วนตัว มุมมองการใช้ชีวิตต่างกัน: ในขณะที่ เบลล่า มีไลฟ์สไตล์และความชอบในการเดินทางที่แตกต่างออกไป ทำให้การปรับตัวเข้าหากันในเรื่องการท่องเที่ยวสไตล์รถบ้านเริ่มเกิดความไม่เข้าใจกันสะสมมาเรื่อยๆ หมายเหตุ: แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องรถบ้านและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน แต่การปิดฉากความรัก 9 ปีในครั้งนี้ ทั้งคู่ได้ตัดสินใจร่วมกันด้วยดี และยังคงรักษาความรู้สึกหวังดีต่อกันในฐานะเพื่อนร่วมวงการ วงในเฉลยแล้ว สาเหตุ เวียร์ เบลล่า เลิกรัก 9 ปี...
นายกฯ อนุทิน สั่งหาต้นตอ เอาผิดคนเกี่ยวข้อง ปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล พร้อมยกระดับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน หาต้นเหตุ และผู้รับผิดชอบ ย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และต้องใช้เป็นโอกาสยกระดับมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ น.ส.รัชดา กล่าวว่า การดำเนินงานของหน่วยงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรายงานว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าฐานข้อมูลภาครัฐถูกเจาะโดยตรง และได้ปิดช่องทางการเข้าถึงที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) เพื่อหาสาเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคมระงับบัญชีผู้ใช้งานที่เข้าข่ายผิดปกติ สั่งเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทุกหน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก และส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการสืบสวน ขณะที่ กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง...
หัวข้อ: เรื่องราวชวนอึ้ง เด็กประถมแอบนำของขวัญล้ำค่ามอบให้เพื่อน เด็กชายแอบนำของมีค่าไปให้เพื่อน สาวทำชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น เนื้อหา: เหตุการณ์สุดแปลกประหลาดที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อเกิดเรื่องราวของเด็กชายวัยประถมศึกษาปีที่สอง ได้กระทำการที่ไม่มีใครคาดคิด โดยการแอบนำของมีค่าอย่างทรัพย์สินเครื่องประดับของคุณแม่ ออกไปมอบให้แก่เพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้นเรียน โดยที่ผู้เป็นมารดาไม่ทราบเรื่องราวมาก่อนแม้แต่น้อย เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณแม่สังเกตเห็นว่า เครื่องประดับทองคำหนักห้าบาทซึ่งเป็นของสะสมล้ำค่าได้หายไปจากที่เก็บ เมื่อทำการสอบถามบุตรชายตัวน้อย จึงได้ความจริงอันน่าตกใจว่า บุตรชายได้นำสิ่งของชิ้นดังกล่าวไปมอบให้แก่เพื่อนหญิงที่โรงเรียนเนื่องจากความรักและความเอ็นดูแบบเด็กๆ เมื่อผู้เป็นแม่ทราบเรื่องจึงพยายามติดต่อทางครอบครัวของเด็กหญิงทันทีกลางดึก เพื่อขอรับทรัพย์สินคืนอย่างละมุนละม่อม ทว่าสิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์เกิดความไม่พอใจอย่างมาก กลับเป็นปฏิกิริยาและการตอบกลับจากฝั่งครอบครัวของเด็กหญิง เนื่องจากผู้ปกครองฝั่งนั้นไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือมีความกระตือรือร้นในการส่งมอบของคืนในทันที อีกทั้งยังมีท่าทีและคำพูดที่ไม่เหมาะสม สร้างความอึดอัดใจให้แก่ครอบครัวผู้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง บทเรียนสำคัญสำหรับการดูแลบุตรหลาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่สำหรับผู้ปกครองทุกคน ในการดูแลและปลูกฝังพฤติกรรมของเด็กในวัยเรียน โดยมีข้อคิดสำคัญดังนี้ การอบรมเรื่องทรัพย์สิน: ควรตักเตือนและสอนให้เด็กรู้จักความสำคัญของทรัพย์สิน รู้ว่าสิ่งใดคือของตนเองและสิ่งใดคือของผู้อื่น ไม่ควรนำของในบ้านออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด: เด็กในวัยประถมอาจยังไม่เข้าใจมูลค่าของสิ่งของอย่างแท้จริง การอธิบายด้วยเหตุผลจะช่วยให้เด็กเข้าใจบทบาทหน้าที่และการวางตัวที่เหมาะสม ความร่วมมือระหว่างครอบครัว: หากเกิดปัญหาใดๆ ระหว่างเด็ก ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันแก้ไขด้วยความเข้าใจ การสื่อสารที่ดีจะช่วยลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาได้อย่างประนีประนอม...